เดินป่าที่เขาโมโกจู ท่องเที่ยวที่ใครๆก็อยากสัมผัส

เดินป่าที่เขาโมโกจู สถานที่เข้าใกล้สิ่งที่เรียกว่าความเท่าเทียมมากที่สุดเท่าที่ผมจะได้เรียนรู้มาในชีวิตนี้เพราะไม่ว่าคุณจะพกของมีค่าราคาแพงมาสักเท่าไหร่ก็ไม่สำคัญเท่ากับการลงแรงและมีน้ำใจต่อผู้อื่น

ซึ่งเป็นสิ่งที่เราได้พบแล้วในป่าในค่ำคืนนี้อย่างไม่ต้องสงสัยกับค่ำคืนที่เราจะลืมสิ่งที่เรียกว่าคนแปลกหน้าฟ้าก็เริ่มที่จะมีแสงเล็ดลอดเข้ามาบ้างภายในป่าทุกคนก้าวขึ้นเขากันแต่เช้ามืดกับการขึ้นเขากว่า8กิโลเมตรลที่ควรจะไปถึงแคมป์ในช่วงบ่ายๆ

เพื่อหลีกเลี่ยงความร้อนของแสงแดดในระหว่างทางเดิน

ในวันนี้อาจจะเรียกได้ว่าเป็นของจริงกับการเดินขึ้นเขาโมโกจูเพราะเส้นทางชันที่เกือบจะเดินขึ้นเป็นอย่างเดียวทำลายพลังใจของนักเดินป่าหลายคนอยู่ไม่น้อยเส้นทางขึ้นเขาที่มีความเย็นเหมือนกับเปิดแอร์เบอร์สิบหกที่ถึงแม้ว่าเราจะเดินขึ้นจนเหงื่อซกแต่เมื่อหยุดพักเหงื่อที่หลังก็เย็นจนหนาว

จนต้องเดินกันต่อทั้งที่ยังไม่หายเหนื่อยเป็นสิ่งที่พี่ชายของผมรับรู้ได้เลยว่าการเดินขึ้นเขามันไม่ง่ายอย่างที่คิดเอาไว้จุดแวะพักแรกนั่นก็คือลำธารที่เราเฝ้ารอซึ่งมันคงจะเป็นจุดที่เราจะได้พักเติมน้ำและดื่มกาแฟเย็นๆที่ขนใส่กระเป๋าขึ้นมาดื่มกันบนเขาโมโกจูในทริปเดินป่าที่ไม่ได้ชิวๆอย่างที่คิดเอาไว้

สำหรับการเดินป่าครั้งแรกของพี่ชายผมดูเหมือนว่าจะทำได้ดีกว่าที่คิดเอาไว้เพราะอาจจะเคยได้ผ่านการวิ่งเทรลมาบ้างแต่การต้องแบกของขึ้นเขาแบบนี้ก็ดูจะสาหัสกว่าที่เคยทำมาทั้งหมดเป็นโลกใหม่ที่พี่ชายผมเริ่มจะซึมซับในแบบของตัวเองและเราคิดว่าความเหนื่อยยากในลักษระนี้น่าจะเปิดมุมมองที่แตกต่างของตัวเองในระหว่างเส้นทาง

โดยให้กำหนดอยู่ในปัจจุบันมากกว่าอนาคตในแต่ละก้าวซึ่งความหวังเดียวของเราในห้ากิโลเมตรแรกนั้นก็คงจะมีอยู่ในหัวแค่ลำธารจุดที่หนึ่งที่กว่าจะได้เดินทางไปถึงก็สหัสสากรรจ์กันอยู่พอสมควรแต่ท้ายที่สุดเราก็เดินมาถึงยังลำธารจนได้หลายครั้งที่ผู้คนตั้งความหวังกับความคุ้มค่าที่ขึ้นมาบนยอดเขา

เป็นสิ่งที่ผู้ตั้งคำถามจะไม่มีทางพาพบถ้าคำถามยังเป็นคำตอบของความคิดที่ศรีวิลัยที่ทุกอย่างจำเป็นจะต้องมีรางวัลที่คู่ควรและท้ายที่สุดนั้นนักท่องไพรบางคนจะเป็นต้องหาคำตอบให้กับผู้ที่สงสัยว่ามันอาจจะเป็นทิวทัศน์หรือหทรอแลนด์มาร์คนั้นๆที่อาจจจะทำให้เราหายเหนื่อยหรือภาคภูมิใจ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  gclub สมัครสมาชิก